วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ · Wat Tham Suea

วัดในป่าทางเหนือของเมืองกระบี่ ที่บันได 1,237 ขั้นนำขึ้นสู่พระพุทธรูปทองและจุดชมวิวอันกว้างไกลเหนือทะเลอันดามัน

4.6 (13,763) วัดพุทธ
วัดพุทธปีนเขาชมวิวสถานปฏิบัติธรรม
คะแนน4.6 / 5
เวลาเปิด06:00–18:00
ค่าเข้าชมฟรี (บริจาค)

ยืนบนยอดเขา ทั้งแผ่นกระบี่จรดสายตา — นั่นแหละที่ทำให้บันไดร้อยกว่าขั้นนั้นคุ้มค่า— นักเดินทางที่ขึ้นไปถึงยอด

ภาพรวม

วัดในป่าที่มีชื่อเสียงที่สุดของกระบี่

วัดถ้ำเสือตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาหินปูนทางเหนือของเมืองกระบี่ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นทั้งวัดพุทธที่คึกคักของภาคใต้และจุดปีนเขาชมวิว เป็นการผสานถ้ำหินธรรมชาติ พระพุทธรูปทอง และบรรยากาศสงบแห่งการปฏิบัติธรรม

⛩️

ประเภท

วัดพุทธ

📍

พื้นที่

กระบี่ ประเทศไทย

คะแนน

4.6 (13,763)

🕕

เวลาเปิด

ทุกวัน 06:00–18:00

ทำไมจึงควรไป

  • ปีนบันได 1,237 ขั้นสู่ยอดเขาชมวิวแผ่นกระบี่และทะเลอันดามัน
  • พระพุทธรูปทองสูง 9 เมตรและรอยเท้าเสือในตำนานบนยอด
  • ยังคงเป็นสำนักสงฆ์ในป่าที่มีชีวิตชีวาพร้อมถ้ำและศาลา
  • ถ้ำหินปูน แท่งหินย้อย และบรรยากาศสงบไกลผู้คน
ข้อมูลน่ารู้

ก่อนออกเดินทาง

วัดแห่งนี้เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว แต่ในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีข้อควรรู้ก่อนไป

  • ปกปิดไหล่และเข่า และถอดรองเท้าในโบสถ์หลัก
  • การปีนใช้เวลา 30–60 นาที บันไดชันและบางส่วนไม่มีร่มเงา — ไปแต่เช้าหรือเย็น
  • ลิงแสมอยู่ตามทาง อย่าป้อนอาหารหรือยุ่งย่ามใจ
  • เตรียมน้ำดื่มให้พอ บันไดบางจุดลื่น
ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว

เวลาเปิด สิ่งอำนวยความสะดวก และแผนผัง

วัดเปิดตลอดปีไม่ต้องจอง เพื่อให้ผู้มาเยือนทุกคนได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบาย เรามีข้อมูลแผนผังและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ

🕕

เวลาเปิด

ทุกวัน 06:00 – 18:00

📍

ที่อยู่

35 Krabi Noi, Mueang Krabi District, Krabi 81000 ประเทศไทย

📞

โทรศัพท์

+66 88 792 6519

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ

แม้ว่าการขึ้นยอดเขาต้องปีนบันได 1,237 ขั้นที่เหนื่อยล้า แต่บริเวณพระอุโบสถหลัก ถ้ำธรรมชาติบางส่วน และเส้นทางเดินใต้ต้นโพธิ์ร้อยปีในหุบเขานั้นราบเรียบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น หรือผู้ที่มีกำลังจำกัด

แผนผังสถานที่

พื้นที่วัดจัดสรรอย่างชัดเจน: ลานจอดรถกว้างขวางและห้องน้ำอยู่ใกล้ทางเข้า; เลี้ยวซ้ายจะพบถ้ำธรรมชาติและเส้นทางปฏิบัติธรรมในป่าที่ราบเรียบ; เลี้ยวขวาจะเป็นจุดเริ่มต้นการปีนบันได 1,237 ขั้น

การเดินทาง

วิธีไปวัดถ้ำเสือ

วัดห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 7 กิโลเมตร เดินทางสะดวกโดยรถ รถสองแถว หรือรถแท็กซี่

ไม่ว่าคุณจะพักเมืองกระบี่ อ่าวนาง หรือไร่เลย์ การไปวัดถ้ำเสือก็ง่าย นี่คือ 3 วิธีที่ใช้บ่อยและสบายที่สุด

🚐

รถสองแถว / แท็กซี่

รถร่วมท้องถิ่นที่พบได้บ่อย สะดวกและราคาถูก

  • รถสองแถวสีน้ำเงินในเมืองรับผู้โดยสารร่วมกัน ราคาไปกลับประมาณ 40–60 บาท
  • แท็กซี่เหมาจ่ายไปกลับประมาณ 300–500 บาท และรอรับกลับ
  • โรงแรมส่วนใหญ่โทรเรียกแท็กซี่หรือจัดรถให้ได้
🛵

เช่ามอเตอร์ไซค์

วิธีที่อิสระที่สุด วิวตลอดทางสวยงาม

  • เช่ามอเตอร์ไซค์ในเมืองประมาณ 200–300 บาท/วัน
  • เลี้ยวเหนือตามถนนสาย 4034 ประมาณ 7 กิโลเมตร ป้ายชัดเจน
  • มีที่จอดรถฟรี จุดระวังถนนเขาขาดมุม
🗺️

ทัวร์ / เที่ยววันเดียว

เหมาะหากอยากให้จัดให้และแวะจุดอื่น

  • ทัวร์เที่ยวเกาะ ปีนเขา และค่ายช้าง มักแวะจุดนี้ได้
  • ทัวร์ครึ่งวันเหมาจ่ายไปกลับรวมบ่อน้ำพุร้อนใกล้เคียงได้
  • ยืนยันกับผู้ให้บริการว่ารวมวัดถ้ำเสือ
คำแนะนำการเยี่ยมชม

เคล็ดลับที่ทำให้เที่ยวง่ายขึ้น

วัดถ้ำเสือเปิดให้นักท่องเที่ยวแต่ยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม การปฏิบัติตามกฎระเบียบเหล่านี้จะช่วยให้คุณขึ้นเขาได้อย่างปลอดภัย พร้อมเคารพธรรมชาติและศาสนา

👕

การแต่งกายและมารยาท

ในบริเวณวัดควรปกปิดไหล่และหัวเข่า และถอดรองเท้าในพระอุโบสถ เมื่อผ่านโซนวิปัสสนาหรือพระสงฆ์ควรเงียบเสียงและแสดงความเคารพอย่างสูง

🥾

เตรียมตัวก่อนขึ้นเขา

บันได 1,237 ขั้นชันและไม่ค่อยมีร่มเงา แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบและเตรียมน้ำดื่มให้พอ ใช้เวลาขึ้นราว 30–60 นาที สามารถพักใต้ร่มไม้ได้ตามสมควร

🐒

ห้ามให้อาหารลิงเด็ดขาด

เพื่อปกป้องสัญชาตญาณการหาอาหารตามธรรมชาติและสุขภาพของลิงแสมป่า ห้ามให้อาหารเด็ดขาด ลิงแสมอาจก้าวร้าว โปรดเก็บแว่นตาและโทรศัพท์ให้มิดชิด

♻️

ไม่ทิ้งร่องรอย

ยึดหลัก 'ไม่ทิ้งร่องรอย (Leave No Trace)' ห้ามทิ้งขยะใดๆ ไว้บนเขา โปรดนำขยะทั้งหมดลงมาทิ้งที่ด้านล่างเพื่อรักษาระบบนิเวศป่าไม้ดั้งเดิม

ช่วงเวลาที่ดีที่สุด

ไปช่วงไหนถึงจะสบายที่สุด

เลือกเวลาให้ดี ทั้งหลีกเลี่ยงความร้อนและได้แสงสวยกับพระอาทิตย์ตก นี่คือการวางแผนตามเวลาในแต่ละวันและตามฤดูกาล

ช่วงเวลาในหนึ่งวัน

เช้าตรู่ 06:00–09:00 ดีที่สุด

ไปตอนเปิดวัด อากาศเย็นและคนไม่พลุกพล่าน แสงนุ่มนวล เหมาะที่สุดสำหรับการเดินขึ้นและถ่ายภาพ

เที่ยง 11:00–15:00 ร้อน

บันไดแทบไม่มีร่มเงาและร้อนจัด การขึ้นยอดเขาจึงเหนื่อย แนะนำหลีกเลี่ยง

เย็น 16:00–18:00 ดีที่สุด

ขึ้นชมพระอาทิตย์ตก แสงทองกระจายทั่วที่ราบกระบี่ ช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดของวัน

ตามฤดูกาล

ฤดูหนาว (พ.ย.–ก.พ.) แนะนำ

อากาศแห้งสบาย เหมาะกับการเดินขึ้นที่สุด แต่เป็นช่วงนักท่องเที่ยวหนาแน่น แนะนำไปแต่เช้า

ฤดูร้อน (มี.ค.–พ.ค.) ร้อนจัด

อุณหภูมิสูงและแสงแดดแรง ควรไปตอนรุ่งอรุณหรือเย็น และเตรียมน้ำดื่มให้พอ

ฤดูฝน (พ.ค.–ต.ค.) เขียวชอุ่ม

ป่าสมบูรณ์และคนไม่พลุกพล่าน แต่บันไดลื่นง่าย ควรใส่รองเท้ากันลื่นและระวังให้ดี

ประวัติและตำนาน

เรื่องราวของวัดถ้ำเสือ

จากที่วิเวกของพระสงฆ์ผู้เจริญสติ สู่สำนักสงฆ์บนเขาที่คึกคักในทุกวันนี้ เรื่องราวของวัดถ้ำเสือ (Wat Tham Suea) น่าสนใจไม่แพ้ชื่อ — ครึ่งหนึ่งเป็นประวัติศาสตร์ อีกครึ่งเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาหลายทศวรรษ

1

กำเนิดสำนักสงฆ์ในป่า (ปี พ.ศ. 2518 / ค.ศ. 1975)

ในปี 1975 พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดังแห่งภาคใต้ Jumnean Seelasettho (ที่ศิษยานุศิษย์เคารพเรียกว่า หลวงพ่อ ครูบาชัยวงศ์) ได้เข้ามาปักกลดเจริญสติในถ้ำธรรมชาติกลางเทือกเขาหินปูนทางเหนือของตัวเมืองกระบี่ ด้วยวัตรปฏิบัติสายพระป่าที่เน้นความเรียบง่าย การภาวนา และการอยู่กับธรรมชาติ ท่านจึงค่อยๆ มีศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศตามมา ถ้ำอันเงียบสงัดในอดีตจึงเติบโตเป็นสำนักสงฆ์ในป่าดังที่เห็นในปัจจุบัน

2

ที่มาของชื่อ 'ถ้ำเสือ'

เล่ากันว่าเมื่อครั้งพระสงฆ์เพิ่งมาถึง ยังมีเสืออาศัยอยู่ในถ้ำ ผนังหินปรากฏรอยคล้ายกรงเล็บเสือ อีกทั้งหินย้อยก้อนหนึ่งมีรูปร่างราวกับเสือหมอบ วัดจึงได้ชื่อว่า Wat Tham Suea หรือ 'วัดถ้ำเสือ' ชื่อนี้ทั้งบันทึกความเป็นป่าดิบของกระบี่ในอดีต และทำให้วัดเปี่ยมด้วยกลิ่นอายลึกลับ

3

บันได 1,237 ขั้น และพระพุทธรูปบนยอดเขา

สิ่งที่ทำให้วัดโด่งดังที่สุดคือบันไดหินชันจำนวน 1,237 ขั้นที่ทอดขึ้นสู่ยอดเขาแก้ว บนยอดมีพระพุทธรูปทองปางสมาธิสูงราว 9 เมตร (Phra Puttakhaya Sirirat) ประดิษฐานเหนือหมู่เมฆ รายล้อมด้วยพระพุทธรูปปิดทอง รอยพระพุทธบาท และรอยเท้าหินสลักขนาดใหญ่ ที่ความสูงราว 278 เมตร จุดนี้ชมทิวทัศน์ได้รอบ 360 องศา ทั้งที่ราบกระบี่ แม่น้ำคดเคี้ยว และเทือกเขาหินปูนริมทะเลอันดามันไกลลิบ

4

ถ้ำ ต้นโพธิ์ และไม้ยักษ์โบราณ

นอกจากพระพุทธรูปบนยอดเขา เชิงเขายังโอบล้อมด้วยเครือข่ายถ้ำธรรมชาติ (ถ้ำ หมายถึงโพรงหิน) ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป พระธาตุ และเครื่องอัฐบริขารของพระสงฆ์ เส้นทางเดินวนรอบเขานำไปสู่ 'สำนักสงฆ์ในหุบเขา' อันเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นโพธิ์และต้นยางสูงใหญ่ที่ว่ากันว่ามีอายุหลายร้อยปี เป็นที่ปฏิบัติธรรมอันร่มเย็นของทั้งพระสงฆ์และญาติโยม

5

สำนักสงฆ์ที่ยังมีชีวิตในวันนี้

เกือบครึ่งศตวรรษผ่านไป วัดถ้ำเสือยังคงเป็นสำนักสงฆ์ที่มีชีวิตและมีพระจำพรรษาอยู่จริง มิใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว ยามเช้ายังเห็นพระบิณฑบาตและญาติโยมทำบุญ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนายิ่งเนืองแน่นด้วยผู้แสวงบุญ วัดจึงมีความหมายทั้งในฐานะที่ปฏิบัติธรรม การอนุรักษ์ธรรมชาติ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

ตำนานท้องถิ่น: เสือผู้พิทักษ์

มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่พระสงฆ์นั่งเจริญสติตลอดคืนในถ้ำอันมืดมิด เสือมิได้ทำร้ายท่าน แต่กลับหมอบเฝ้าอยู่ปากถ้ำเพื่อคุ้มครองและขับไล่สิ่งชั่วร้าย เมื่อพระสงฆ์ละสังขาร เงาเสือก็อันตรธานไปด้วย เหลือไว้เพียงรอยกรงเล็บบนผนังหินและหินย้อยรูปเสือ จนถึงทุกวันนี้ ผู้แสวงบุญที่เชื่อว่าดวงวิญญาณเสือในถ้ำคุ้มครองการปฏิบัติธรรม ยังคงจุดธูปอธิษฐานต่อหน้าหินรูปเสือและรอยพระพุทธบาท

เทศกาลและงานบุญ

สำนักสงฆ์ในป่าที่มีชีวิต

วัดถ้ำเสือไม่ใช่แค่จุดชมวิว แต่เป็นศูนย์กลางศรัทธาที่สำคัญ มีการจัดพิธีใหญ่ในช่วงเทศกาลสำคัญทางพุทธศาสนา

วันมาฆบูชา (Makha Bucha)

มักจะอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

รำลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระอรหันต์ 1,250 รูป พุทธศาสนิกชนจะร่วมเวียนเทียนรอบเจดีย์และถ้ำที่เชิงเขาในตอนค่ำ

วันวิสาขบูชา (Visakha Bucha)

มักจะอยู่ในเดือนพฤษภาคม

เทศกาลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเพื่อเฉลิมฉลองการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า หลายคนเลือกที่จะเดินขึ้นเขาเพื่อสักการะพระพุทธรูปในวันนี้

การปฏิบัติธรรมวิปัสสนา (Vipassana)

จัดขึ้นเป็นประจำตลอดปี

สืบสานประเพณีพระป่า ทางวัดมีคำแนะนำการปฏิบัติธรรม บางช่วงเวลา สำนักสงฆ์ในหุบเขาจะเปิดรับผู้ที่ต้องการมาปฏิบัติธรรมระยะสั้น

การอนุรักษ์และการสนับสนุน

สนับสนุนการดำเนินงานของวัด

การบำรุงรักษาวัดถ้ำเสือ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการดูแลพระสงฆ์ ล้วนพึ่งพาการบริจาคจากสาธารณชน ความเมตตาของคุณจะช่วยสืบสานสถานที่แห่งศรัทธาและธรรมชาตินี้โดยตรง

การบำรุงรักษาบันไดและสิ่งอำนวยความสะดวก

บันได 1,237 ขั้นสู่ยอดเขาและจุดชมวิวต้องเผชิญกับสภาพอากาศ จึงต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือนทุกคน

การปกป้องระบบนิเวศและป่าไม้

ในฐานะส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ทางวัดช่วยทำความสะอาดขยะในป่า ปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และรักษาระบบนิเวศให้บริสุทธิ์

การดำรงชีวิตของพระสงฆ์และการดำเนินงาน

สนับสนุนภัตตาคาร ยารักษาโรค และปัจจัยสำหรับการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายพื้นฐานเช่น ไฟฟ้าและน้ำประปาของวัด

วิธีการบริจาค

วัดถ้ำเสือไม่เก็บค่าเข้าชม หากคุณต้องการสนับสนุน มีตู้บริจาคตั้งอยู่ที่ทางเข้าพระอุโบสถหลัก ใกล้ถ้ำธรรมชาติ และข้างพระพุทธรูปบนยอดเขา เงินบริจาคทั้งหมดจะนำไปใช้เพื่อการบำรุงรักษาวัดและสาธารณกุศล

แหล่งที่มาภาพ

แหล่งที่มาภาพและลิขสิทธิ์

ภาพในแกลเลอรีและภาพหน้าแรกในหน้านี้เป็นภาพครีเอทีฟคอมมอนส์จาก Flickr นำมาผ่าน LoremFlickr โดยใช้แท็กที่เกี่ยวข้องกับวัดถ้ำเสือ คลิกที่ลิงก์ใต้แต่ละภาพเพื่อดูผู้สร้างต้นฉบับและรายละเอียดสัญญาอนุญาต

สถานที่ใกล้เคียง

ที่เที่ยวแวะต่อได้สบาย

วัดถ้ำเสือห่างจากตัวเมืองกระบี่ราว 7 กิโลเมตร โดยรอบยังมีชายหาด บ่อน้ำพุร้อน และความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เหมาะต่อยอดเป็นทริปหนึ่งวัน

ตัวเมืองกระบี่

ราว 7 กม.

ศูนย์กลางจังหวัด มีตลาดนัด ท่าเรือริมแม่น้ำ และวัดแก้วขาว ร้านอาหารและของใช้ครบครัน

อ่าวนาง

ราว 13 กม.

ชายหาดที่คึกคักที่สุดของกระบี่ และจุดออกเรือหางยาวไปเกาะต่างๆ

ไร่เลย์

ราว 15 กม.

คาบสมุทรล้อมด้วยหน้าผาหินปูน และเป็นเมกกะปีนเขา เข้าถึงได้ด้วยเรือเท่านั้น

สระมรกต (Sa Morakot)

ราว 30 กม.

บ่อน้ำพุร้อนสีมรกตกลางป่า เหมาะกับการเดินป่าและลงน้ำคลายร้อน

บ่อน้ำพุร้อนกระบี่ (Namtok Ron)

ราว 35 กม.

บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ เหมาะกับการแช่เท้าผ่อนคลายหลังจากขึ้นเขา

เขาขนาบน้ำ

ราว 8 กม.

ยอดเขาหินปูนคู่สัญลักษณ์ของกระบี่ ชมได้ดีที่สุดจากการล่องเรือแม่น้ำกระบี่

เสียงจริง

รีวิวจากนักท่องเที่ยว

รีวิวด้านล่างรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เยี่ยมชมเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจประสบการณ์จริง ดูเพิ่มเติมบน Google Maps

หลิน เซียวทง

มีนาคม 2026

★★★★★

ขึ้นไปถึงยอดคุ้มค่ามาก พระพุทธรูปทองระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ และแผ่นกระบี่สุดลูกหูลูกตา ควรเตรียมน้ำและใส่รองเท้าผ้าใบ

เดวิด พาร์เกอร์

กุมภาพันธ์ 2026

★★★★★

บันได 1,237 ขั้นเหนื่อยจริง แต่ลิงน่ารักและวิวบนยอดสุดยอด ไปแต่เช้าคนน้อยและไม่ร้อน

สุชาติ วงศ์ไทย

มกราคม 2026

★★★★☆

ในฐานะศิษย์รู้สึกสง่างาม ถ้ำและพระพุทธรูปงดงาม ขอแนะนำว่าบันไดลื่น ผู้สูงอายุและเด็กควรเดินช้าๆ

ไอโกะ ทานากะ

ธันวาคม 2025

★★★★★

เข้าชมฟรีน่าประหลาดใจ และพระสงฆ์เป็นมิตร ชมพระอาทิตย์ตกบนยอดคือช่วงเวลาที่ลืมไม่ได้ที่สุดของทริปกระบี่

คำถามที่พบบ่อย

ก่อนไปเยือน

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการปีน ค่าเข้า การแต่งกาย และเวลาที่ดีที่สุด — ตอบไว้ที่นี่

มีบันได 1,237 ขั้นสู่พระพุทธรูปทองบนยอด ค่อนข้างชันและบางส่วนไม่มีร่มเงา โดยปกติใช้เวลาปีน 30–60 นาที — ไปตามจังหวะของตน
เข้าวัด ยอดเขา และถ้ำฟรี มีบริจาคตามศรัทธา ที่จอดรถหรือไกด์อาจเก็บค่าบริการเล็กน้อย
เช้าตรู่ (หลังเปิด) หรือเย็นย่อมหลีกเลี่ยงความร้อนเที่ยงและให้แสงสวยที่สุด ในฤดูฝนระวังบันไดลื่น
ในฐานะสถานที่พุทธ ปกปิดไหล่และเข่า และถอดรองเท้าในโบสถ์หลัก นำผ้าถุงหรือกางเกงขายาวไปด้วยสะดวก
ลิงแสมชินคน แต่ก็อาจก้าวร้าว — อย่าป้อน ยุ่งย่าม หรือโชว์อาหาร และระวังแว่นตากับโทรศัพท์
สะดวกสุดคือรถสองแถวสีน้ำเงินร่วมกันจากเมือง หรือเหมาจ้างแท็กซี่/มอเตอร์ไซค์ เลี้ยวเหนือตามถนน 4034 ประมาณ 7 กิโลเมตร